วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ข้อสอบ วิทยาศาสตร์ ชีววิทยา


ข้อสอบ วิทยาศาสตร์ ชีววิทยา

21.   เส้นผมของเรามีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ  0.1  มิลิเมตร  ถ้าคิดเป็นหน่วยไมครอนจะเท่ากับ ?
ก.  1  ไมครอน            ข.  10  ไมครอน                  ค.  100  ไมครอน               ง.  1,000  ไมครอน

22.   ในการส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูพารามีเซียม  เมื่อใช้เลนส์วัตถุกำลังขยายต่ำ  (100 X)  แล้วเปลี่ยนมาเป็นเลนส์วัตถุกำลังขยายสูง  (400 X)  ส่องดู จะเห็นพารามีเซียมมีลักษณะใด ?
ก.      ภาพพารามีเซียมมีขนาดเล็กกว่าและมืดกว่า  เมื่อใช้เลนส์วัตถุกำลังขยายต่ำ
ข.      ภาพพารามีเซียมมีขนาดเล็กกว่าและสว่างกว่า  เมื่อใช้เลนส์วัตถุกำลังขยายต่ำ
ค.      ภาพพารามีเซียมมีขนาดใหญ่กว่าและมืดกว่า  เมื่อใช้เลนส์วัตถุกำลังขยายต่ำ
ง.       ภาพพารามีเซียมมีขนาดใหญ่กว่าและสว่างกว่า  เมื่อใช้เลนส์วัตถุกำลังขยายต่ำ

23.   ถ้าเราจะศึกษาโครงสร้างของโฟลเอมกับไซเลม  เราควรจะใช้เครื่องมือใดต่อไปนี้ ?
ก.  กล้องจุลทรรศน์                                                      ข.  เครื่องปั่นเหวี่ยง
ค.  ตู้อบ                                                                         ง.  เครื่องชั่ง

24.   ข้อใดต่อไปนี้เป็นสูตรของสารอินทรีย์ ?
ก.  Mg(OH)2                ข.  NaCl                                ค.  C12H22O11                                    ง.  NH3


25.   ในภาพด้านล่างนี้  มีการเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากพื้นที่  A  ไปยังพื้นที่  B  เมื่อเวลาผ่านไป  ถามว่ากระบวนการเคลื่อนที่นี้เรียกว่าอะไร ?



ก.  ฟาโกไซโตซีส (phagocytosis)                               ข.  พิโนไซโตซีส (pinocytosis)
ค.  การแพร่  (diffussion)                                             ง.  แอคทีฟทรานส์ปอรต์ (active transport)


ให้ดูรูปข้างล่างนี้แล้วตอบคำถามข้อ  26 - 29
        ภาพข้างล่างนี้เป็นการทดลองเพื่อเลียนแบบเซลล์  ภายในเซลล์จะมีสารละลายซูโครสกับกลูโคส  ซึ่งหุ้มด้วยเยื่อเลือกผ่าน  แช่อยู่ในบีกเกอร์ที่มีสารละลายซูโคสกับกลูโคสและฟลุคโตสอยู่  เยื่อแมมเบรนนี้จะยอมให้น้ำและน้ำตาลพวกกลูโคส  ฟลุคโตส  ผ่านได้เท่านั้น  แต่ซูโครสจะผ่านไม่ได้



26.   สารในข้อใดที่จะแพร่เข้าสู่เซลล์ ?
ก.  ซูโครส                    ข.  กลูโคส                            ค.  ฟลุคโตส                         ง.  กลูโคสและฟรุคโตส

27.   สารในข้อใดที่จะแพร่ออกจากเซลล์ ?
ก.  ซูโครส                    ข.  กลูโคส                            ค.  ฟลุคโตส                         ง.  กลูโคสและฟรุคโตส

28.   เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างสารละลายภายในเซลล์กับสารละลายสภาวะแวดล้อมรอบเซลล์  ?
ก.      มีความเข้มข้นของสารละลายภายในเซลล์เท่ากับสภาวะแวดล้อมรอบเซลล์
ข.      มีความเข้มข้นของสารละลายภายในเซลล์สูงกว่าสภาวะแวดล้อมรอบเซลล์
ค.      มีความเข้มข้นของสารละลายภายในเซลล์ต่ำกว่าสภาวะแวดล้อมรอบเซลล์
ง.       ไม่มีข้อใดถูก

29.   ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปสักครู่  ข้อใดต่อไปนี้จะเกิดขึ้น ?
ก.  เซลล์จะเหี่ยวย่น                                                    ข.  เซลล์จะบวมเต่ง
ค.  น้ำจะออกจากเซลล์หมด                                       ง.  เซลล์จะแตก

  
30.   จากภาพข้างล่างนี้เป็นภาพเซลล์ที่อยู่ในน้ำ  ถามว่าเมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น ?



ก.      ความเข้มข้นของ  O2  ภายในเซลล์จะเพิ่มขึ้น
ข.      ความเข้มข้นของ  CO2  ภายในเซลล์จะคงที่
ค.      ความเข้มข้นของ  O2  ภายนอกเซลล์จะคงที่
ง.       ความเข้มข้นของ  CO2  ภายนอกเซลล์จะลดลง



ภาพข้างล่างนี้เป็นโปรติสชนิดหนึ่ง 



31. ข้อใดเป็นโครงสร้างที่คอยรักษาระดับน้ำภายในร่างกายของโปรติสนี้ ?
ก.  A                             ข.  B                                      ค.  C                                      ง.  D




32.   จากการตรวจสอบ  โดยใช้ออกซิเจน-18  (O18)  นักวิทยาศาสตร์พบว่าออกซิเจนที่ปล่อยออกมา จากพืชระหว่างกระบวนการหายใจนั้น ได้มาจากโมเลกุลใด ?
ก.  CO2                          ข.  H2O                                 ค.  กลูโคส                           ง.  คลอโรฟิลล์



33.   รูปข้างล่างนี้เป็นการเจริญของหัวหอมเมื่อขณะที่มีและไม่มีแสงข้อความต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง เกี่ยวกับภาพนี้ ?



ก.      พืชต้องการ  O2  เพื่อการอยู่รอด
ข.      สภาวะแวดล้อมไม่มีผลกระทบต่อการเจริญของพืช
ค.      พืชมีการสร้างฮอร์โมน
ง.       สภาวะแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการแสดงออกของลักษณะพันธุกรรมหนึ่ง  ๆ
  


34.    เมื่อพิจารณาความเหมือนระหว่างพ่อ-ลูก ของคนสองคนที่เกี่ยวพันกันทางพันธุกรรมแล้ว  
       ข้อความใดสรุปได้ถูกต้อง ?

ก.      ทั้งคู่มี  DNA  เหมือนกัน
ข.      ทั้งคู่มีโปรตีนชนิดเดียวกันมีลำดับอะมิโนเหมือนกันอยู่
ค.      ทั้งคู่มีลำดับเบสใน  DNA  เหมือนกัน
ง.       ทั้งคู่มีอัตราการกลายพันธุ์ที่เท่า  ๆ  กัน

35.   รูปข้างล่างนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงของลักษณะภายนอก  (ฟีโนไทป์)  ของแมลงพันธุ์หนึ่ง  เมื่อเวลาผ่านไป  10  ชั่วอายุ  ถามว่าน่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น ?



ก.      แมลงที่มียีน  a  สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมได้ไม่ดี
ข.      แมลงที่มียีน  a  สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมได้ดี
ค.      ประชากรของแมลงมีจำนวนเพิ่มขึ้น
ง.       มีการกลายพันธุ์ของยีน  A  ลดลง


36.  จากรูปข้างล่างนี้  ระบบนิเวศนี้จะคงอยู่ได้ถ้า ?


ก.      สิ่งมีชีวิต  A  มีมากกว่าสิ่งมีชีวิต  B
ข.      สิ่งมีชีวิต  A  มีเท่ากับสิ่งมีชีวิต  B
ค.      สิ่งมีชีวิต  B  ถูกกำจัดให้หมดไป
ง.       อัตราการเกิดและอัตราการตายของสิ่งมีชีวิต  A  และ  B  เท่า  ๆ  กัน

37.   กราฟข้างล่างนี้  เป็นการเปลี่ยนแปลงของประชากรของสัตว์กินพืชชนิดหนึ่ง  ถามว่าเหตุใดมีการเปลี่ยนแปลงประชากรนี้น่าจะเกิดจาก ?



ก.      จำนวนพืชมีจำนวนลดลง
ข.      สิ่งมีชีวิต  B  แย่งชิงอาหารได้เก่งกว่าสิ่งมีชีวิต  A
ค.      สิ่งมีชีวิต  A  มีการออกลูกหลานมากกว่าสิ่งมีชีวิต  B
ง.       สิ่งมีชีวิต  A  กินสิ่งมีชีวิต  B

38.   ภาพข้างล่างนี้เป็นภาพของฟอสซิลที่ภาพที่ก้นทะเลแห่งหนึ่ง  พบว่าซากฟอสซิลที่พบในชั้น  B  มีความเหมือนกันกับซากฟอสซิลที่พบในชั้น  A  เราจะอธิบายเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร ?



ก.      การทับถมของซากฟอสซิลในชิ้น  B  เกิดขึ้นก่อนชิ้น  A
ข.      สิ่งมีชีวิตในปัจจุบันน่าจะมีวิวัฒนาการมาจากสิ่งมีชีวิตในยุคก่อน
ค.      ซากฟอสซิลของสัตว์มีกระดูกสันหลังจะพบที่ก้นทะเลเท่านั้น
ง.       ซากฟอสซิลในชิ้น  A  น่าจะมีความซับซ้อนมากกว่าซากฟอสซิลในชิ้น  B


39.   หัวข้อใดน่าจะเป็นหัวข้อ  X ?

สิ่งมีชีวิต
X
A
ผิวหนังที่ชื้น
B
ท่ออากาศ
C
เหงือกและหลอดเลือด

ก.      โครงสร้างในการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน
ข.      โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนก๊าซ
ค.      ระบบที่ใช้ในการขับถ่าย
ง.       ระบบที่ใช้ในการย่อยอาหาร

40.   การเสนอชื่อวิทยาศาตร์ของสิ่งมีชีวิต  ถามว่าชื่อวิทยาศาตร์ดังกล่าวบ่งบอกถึงอะไร ตามลำดับ?

ก.  อาณาจักรและไฟลัม                                            ข.  ไฟลัมและจีนัส
ค.  จีนัสและสปีชีส์                                                     ง.  อาณาจักรและสปีชีส์

  
เฉลย
21.   ค
22.   ข
23.   ก
24.   ค
25.   ค
26.   ค
27.   ข
28.   ข
29.   ข
30.   ก
31.   ข
32.   ข
33.   ง
34.   ข
35.   ข
36.   ง
37.   ข
38.   ข
39.   ข
40.   ค

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558

การแลกเปลี่ยนก๊าซ (Gas exchange in animals)

การแลกเปลี่ยนก๊าซ (Gas exchange in animals)

        1.  เหงือก : อวัยวะสำหรับการแลกเปลี่ยนแก๊ซในสัตว์น้ำ

     ·   มี  gills (เหงือก) เป็นอวัยวะในการแลกเปลี่ยนก๊าซ เหงือกมีลักษณะต่างๆ กันไปในสัตว์น้ำแต่ละชนิด       
     ·   ในสัตว์น้ำมีกระบวนการเรียกว่า  การหล่อเลี้ยง/หรือระบายด้วยลม (ventilation)  ซึ่งเป็นการเพิ่มการไหลเวียนของน้ำ (ซึ่งมี O2 อยู่น้อย)  ให้มากขึ้น  ตัวอย่างไหลเวียนของน้ำผ่านเหงือกในปลา
    · ในปลาน้ำที่ผ่านเหงือกจะมีทิศทางการไหลเวียนตรงข้ามกับทิศทาง การไหลของเลือดทำให้การถ่ายเอา O2 ออกจากน้ำได้ถึง 80 %     

2.  ระบบท่อลม (tracheal  systems) และปอดในสัตว์บก

         ·   O2 และ CO2 มีการแพร่ได้รวดเร็วในอากาศ  สัตว์บกจึงไม่จำเป็นต้องมีระบบการหล่อ เลี้ยงด้วยลม (ventilation)     ในทางกลับกัน  ปัญหาที่สำคัญของสัตว์บกคือ  ต้องรักษาความชื้นในอวัยวะที่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซ  เนื่องจากว่ามีการเสียน้ำไปกับอากาศที่หายใจเข้ามาตลอดเวลา
2.1 ระบบท่อลม (tracheal  systems)
    · ในแมลงระบบท่อลม (tracheal  system)  จะมีท่อลำเลียงอากาศที่แตกแขนงไปตามร่างกาย     ท่อที่ใหญ่ที่สุดเรียกว่า  trachea  ซึ่งจะเปิดสู่ภายนอกได้  ท่อลำเลียงอากาศเล็กๆ จะแตกกิ่งก้านไปยังเซลล์ต่างๆ  ก๊าซออกซิเจนจะแพร่ผ่านเนื้อเยื่อบุผิว (epithelium)  ที่อยู่ปลายสุดของระบบท่อลม
2.2  Lungs (ปอด)
                        ·   มีเส้นเลือดฝอย (capillaries) โยงใยอยู่หนาแน่น
                        ·   เป็นที่แลกเปลี่ยนก๊าซ
                        ·   พบใน  แมงมุม  หอยทาก  สัตว์มีกระดูสันหลัง

                  2.3    ระบบหายใจในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
          ·   ปอดอยู่บริเวณอก (chest ) คล้ายฟองน้ำ  มีพื้นที่ประมาณ 100  ตารางเมตรในคน
       ·   อากาศผ่านจากการหายใจเข้าทางจมูกสู่  pharynx ไป larynx ไป trachea (ท่อลม) ไป bronchus ไป bronchioles ไป alveoli  ซึ่งเป็นที่ๆ มีการแลกเปลี่ยน O2 กับ CO2  
          ·    คนเราดึงอากาศเข้ามาในปอดด้วย negative pressure breathing = ดูดอากาศลงมาที่ปอด
        ·   ปอดที่ขยายขึ้นเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อซี่โครงและ diaphragm ซึ่งเป็นแผ่นกล้ามเนื้อด้านล่าง  ช่องว่างอกเลื่อนลง
       ·   ปริมาณอากาศที่เราหายใจเข้า-ออก 1 ครั้ง เรียกว่า tidal volume  ซึ่งประมาณ 500 ml  ในคน
       ·   ปริมาณอากาศที่เราสามารถหายใจเข้าออกได้มากที่สุดเรียกว่า  vital  capacity  ซึ่งจะประมาณ 3400 ml  และ  4800  ml  ในผู้หญิงและผู้ชายตามลำดับ
          ·   อย่างไรก็ตามอากาศใน  alveoli จะไม่หมดไปเลยที่เดียว เมื่อเราหายใจออก  อากาศที่เหลือ จากที่เราพยายามหายใจออกให้มากที่สุดแล้วเรียกว่า  residual  volume
         ·   นกมีถุงลม 8 – 9 ถุง  ซึ่งจะต่อเข้าไปในส่วนบริเวณ  ท้อง  คอ  จนถึงปีก  ถุงลมช่วยในการผ่านอากาศสู่ปอด  และช่วยในการบิน  ในนกมีท่อเล็กๆ เรียก  parabronchi แทนที่จะเป็น  alveoli


3.  การควบคุมการหายใจ
     ·   Breathing  control  centers  อยู่ที่สมองส่วน  Medulla  oblongata  กับ Pons
     ·   Medulla’s  center  ควบคุมจังหวะการหายใจพื้นฐานร่วมกับ   pons เมื่อเราหายใจลึกๆ  จะมีตัว sensors ที่  lung  tissue  ส่งกระแสประสาทมาที่  medulla  ยังยั้ง  breathing  control  center  ไม่ให้ปอดขยายมากเกินไป
    ·   Medulla’s control center  ยังคอยรักษาระดับ CO2   ซึ่งจะมีค่า  pH  ในเลือดเป็นตัวบอก (CO2 + H2O ® carbonic  acid (H2CO3) ® pH ลดลง  ถ้า  pH  ในเลือดลดลงจะทำให้หายใจเพิ่มขึ้น


4.  การแพร่ของก๊าซในปอดและอวัยวะต่างๆ
     ·   partial pressure  ของ  O2 = ความดันมาตรฐานระดับน้ำทะเล
        (760  mm Hg) ´ % O2 ในอากาศ  
                                                    = 760 ´ 0.21 = 160 mm ปรอท
     ·   ก๊าซจะมีแพร่จากที่ๆ higher partial  pressure  ไปใน  lower  partial  pressure
     ·   partial pressure  ของ  O2 ที่เราหายใจเข้า (inhaled air) เท่ากับ 160 mm ปรอท 


5.  การขนส่งก๊าซโดย  respiratory  pigments
5.1    การขนส่ง O2
       ·   ใน arthropods  และ  mollusks  เลือดมีสีน้ำเงินเกิดจาก hemocyanin (ที่มี Cu2+ เป็นสีฟ้า) ซึ่งเป็นโปรตีนที่คอยขนส่ง O2 ในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง  ส่วนในสัตว์มีกระดูกสันหลังมี hemoglobin  ซึ่งประกอบด้วย 4 subunits  ย่อยๆ แต่ละ subunit จับกับ 1 cofactor (heme) ซึ่งจะเรียกเป็น  1 hemogroup  และจะมี ion atom (Fe2+) อยู่ที่ศูนย์กลาง hemogroup ด้วย     แต่ละ  hemoglobin  molecule  สามารถจับกับ O2 ได้ 4 โมเลกุล (molecules)
     ·   ถ้า  pH  ในเลือดลดลง  การจับของ hemoglobin กับ O2 จะลดลงด้วย  เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า  Bohr  shift
                  
5.2   การขนส่ง  CO2
      ·   hemoglobin ยังช่วยขนส่ง  CO2  และรักษาระดับ pH ในเลือด
                  ·   70 % ของ  CO2 ในเลือดอยู่ในรูปของ  bicarbonate ions (HCO3-) เมื่อมีการแพร่ของ CO2 ออกจากเลือดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสมดุลย์ทางเคมี  ทำให้ H2CO3 เปลี่ยนเป็น CO2 เมื่อเลือดเคลื่อนเข้าสู่เส้นเลือดฝอย capillaries
                      
         6.  สัตว์บางชนิดมีการเก็บ O2 ไว้ได้
                 ·   แมวน้ำสามารถเก็บ O2 ไว้ได้
          · แมวน้ำมีเลือดถึง 24 ลิตรสามารถเก็บ O2 ไว้ได้มากกว่าเรา ดำน้ำได้เกือบ 1 ชั่วโมง
              ·   คนในปอดมี O2  36 % ในเลือดมี O2  51 %  เทียบกับแมวน้ำซึ่งมี O2 ในปอด  5 %  ในเลือด  70 %  อาจเนื่องมาจากแมวน้ำมีเลือดมากกว่าเรา 2 เท่า  เมื่อเทียบตามน้ำหนักตัวและมีม้ามที่เก็บเลือดได้ถึง 24 ลิตร
                 ·   นอกจากนี้สัตว์ที่ดำน้ำได้เก่งๆ จะมีโปรตีนชื่อ myoglobin  ในกล้ามเนื้อ  ซึ่งเป็นที่เก็บ  O2 ซึ่งในแมวน้ำสามารถเก็บ O2 ไว้ในกล้ามเนื้อนี้ประมาณ 25 % เทียบกับคนเพียงแค่ 13 %
                 ·  นอกจากนี้ hemoglobin ของทารกในครรภ์ยังจับกับ O2 ได้ดีกว่า

          _______________________________________________________________________